หนังจบอารมณ์ไม่จบ: Friend request
ในโลกที่
ชีวิตคนเราผูกติดกับเฟสบุ้ค กับโซเชียล จนแยกไม่ออกว่าอันไหนโลกจริง
อันไหนโลกโซเชียล
โลกโซเชียลได้กลายเป็นโลกเสมือนจริงของคนเราไปแล้ว
จะโดยรู้ตัว หรือไม่รู้ตัวก็ตาม
หนึ่ง
คือ การมีตัวตนในโลกโซเชียล สำคัญกว่าการมีตัวตนในโลกจริง
สอง
ความสัมพันธ์ในโลกโซเชียล มีผลต่อชีวิตคนเรามาก การอันเฟรนด์ เป็นเรื่องใหญ่
สาม
คนเราตัดสินกันแค่จากสถานะและสิ่งที่โพสต์ลงในโซเชียล ออกความเห็นและวิพากษ์วิจารณ์และเชื่อตามสิ่งที่เห็นโดยไม่รู้ความจริง
สี่
หลายคนเป็นเหยื่อจากโซเชียล ทั้งจากการถูกตัดสิน ถูกคุมคาม ถูกละเมิดสิทธิ์
หนังเรื่องนี้
เอาชีวิตจริงมาตีแผ่ ผูกโยงเข้ากับเรื่องเร้นลับพิศวง แม่มดหมอผี
ตามสไตล์หนังฝรั่ง
หลายคนบอกว่าการดำเนินเรื่องไม่สนุก
เนื้อเรื่องไม่น่าสนใจ เดาตอนจบได้
ก็ถูกนิดนึงนะ
แต่ตอนจบเราไม่คิดว่ามันจะออกมาเป็นงี้
จากฉากจบ
ทำให้คิดว่า...จะมีภาคต่อป่ะ?
หนังเรื่องนี้ มีส่วนคล้ายกับหนังเรื่อง Unfriended ตรงที่มีโซเชียลเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ จะเห็นว่าโซเชียลมีบทบาทมากแค่ไหนในสังคม และจะมีคนที่เป็นเหยื่อจากการเล่นโซเชียล จนนำมาซึ่งการฆ่าตัวตาย และมีการแก้แค้นกันเกิดขึ้น เหมือนๆ กัน แต่ Unfriended จะดำเนินเรื่องผ่านการวิดีโอคอล skype ตลอดทั้งเรื่อง ก็น่าตื่นเต้นไปอีกแบบ รู้สึกว่าหนังไม่ได้น่าเบื่อ
หนังเรื่องนี้ก็ให้แง่คิดอะไรหลายอย่าง เช่น สิ่งที่โพสต์ลงไปในโซเชียล มันเรียกคืนไม่ได้ เพราะทุกคนเห็นไปหมดแล้ว และไม่ใช่ทุกคนที่จะสนุกกับสิ่งที่เราโพสต์
ทั้งสองเรื่อง เนื้อเรื่องและตอนจบอาจจะไม่ได้เกินจากความคาดเดาของคนดูนัก เป็นหนังแนวดั้งเดิมของฝรั่ง กลุ่มวัยมีปัญหากัน มีคนถูกล้อ มีคนถูกทำร้าย มีคนรับไม่ได้ฆ่าตัวตาย มีการกลับมาแก้แค้น ตามฆ่าทีละคน ทำนองนี้ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบมาเป็นความอับอายจากโซเชียล แก้แค้นผ่านทางโซเชียลแทน
โดยรวม ถือว่าสนุกทั้งสองเรื่อง แต่แอบให้คะแนน Unfriended มากกว่านิดนึง :)
**ขอขอบคุณคลิปจาก MTV และ
Mongkol Major
ตต.
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น